เหนียงเกิดจากอะไร? วิธีลดเหนียงโดยไม่ต้องผ่าตัดและเห็นผลเร็ว
เมื่ออายุมากขึ้น หรือเริ่มเข้าสู่อายุ 25 ก็จะเริ่มมีปัญหาคางสองชั้น หรือ “เหนียง” เป็นไขมันใต้คางที่หย่อนคล้อย มักกลายเป็นอีกหนึ่งจุดกังวลที่ส่งผลต่อความมั่นใจของหลายๆ คน เพราะจะทำให้หน้าดูใหญ่ขึ้น กรอบหน้าไม่ชัด เห็นเป็นคางสองชั้น เวลาถ่ายรูปออกมาก็มักจะทำให้รู้สึกเสียความมั่นใจ ถึงแม้ว่าจะมีการดูแลรูปร่างดีแค่ไหน แต่เหนียงก็ยังไม่ยอมหายไปง่ายๆ หลายคนเกิดข้อสงสัยจึงเกิดคำถามขึ้นมาว่า “เหนียงเกิดจากอะไร?” และ “จะมีวิธีลดเหนียงที่ไม่เกิดอันตรายและเห็นผลเร็วได้อย่างไร?” ในบทความนี้ Aestima Clinic จะพาไปทำความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พร้อมแนะนำแนวทางที่เหมาะสม เห็นผลลัพธ์ และไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้น สำหรับการลดเหนียง
เหนียงคืออะไร?
เหนียง (Turkey Neck) คือ ไขมันสะสมส่วนเกินในบริเวณใต้คาง ทำให้เกิดเป็นคางสองชั้น (Double Chin) หรือเกิดจากการที่ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อย ผิวใต้คางย้วย กรอบหน้าหาย ทำให้สัดส่วนหน้าดูไม่ชัดเจน เวลาก้มยิ่งเห็นเป็นก้อนหนาชัดเจน ซึ่งในบริเวณใต้คางนั้นจะเป็นบริเวณที่ลดไขมันออกได้ยาก ถึงแม้จะมีการดูแลตัวเอง คุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็ไม่สามารถกำจัดเหนียงออกได้โดยง่าย
นอกจากนี้ “เหนียง” ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนของการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เช่น การลดลงของคอลลาเจน การเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญ หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน
สาเหตุของการเกิดเหนียง
1 ไขมันสะสมส่วนเกิน
การรับประทานอาหารประเภทที่มีไขมันและแป้งสูง หรือพฤติกรรมการกินอาหารที่ได้พลังงานเกินที่ร่างกายใช้ ทำให้เกิดการสะสมของไขมันส่วนเกิน รวมถึงไขมันสะสมบริเวณใต้คาง เป็นก้อนห้อยย้อยลงมาจนเกิดเป็น เหนียง
2 อายุที่เพิ่มขึ้น
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น เริ่มเข้าสู่วัย 30+ การผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิวจะลดลง ทำให้ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อย จนเกิดเป็นเหนียงได้ ถึงแม้ว่าน้ำหนักตัวไม่ได้มีเปลี่ยนแปลงก็ตาม
3 พันธุกรรม
ในบางคนมีโครงสร้างใบหน้าและคางที่เอื้อต่อการเกิดเหนียง เช่น คางสั้น หรือคางถอย ซึ่งทำให้ไขมันใต้คางดูเด่นชัดขึ้น ถึงจะไม่มีไขมันสะสมมาก ก็ทำให้เกิดเหนียงได้
4 ท่าทางในการใช้ชีวิต
หลายคนมักจะก้มหน้าดูมือถือเป็นเวลานาน หรือการนั่งทำงานในท่าทางเดิมซ้ำๆ อาจส่งผลต่อกล้ามเนื้อคอและผิวหนังได้ ทำให้เกิดการหย่อนคล้อยและเกิดเหนียงได้ในระยะยาว
วิธีลดเหนียงด้วยตัวเอง
สำหรับผู้เริ่มมีเหนียงเล็กน้อย หรืออยากป้องกันไม่ให้มีไขมันสะสมมากขึ้น สามารถลองทำตามวิธีตามนี้ได้
- ควบคุมอาหารและน้ำหนัก
โดยการควบคุมปริมาณพลังงานที่ได้รับ เช่น ลดการบริโภคแป้ง น้ำตาล และไขมันทรานส์ ที่ส่วนใหญ่จะอยู่ในประเภทอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารแปรรูป พร้อมเพิ่มการรับประทานผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพให้มากขึ้น เพื่อช่วยให้ร่างกายมีการเผาผลาญไขมันส่วนเกินได้ดียิ่งขึ้น
2. ดื่มน้ำให้เพียงพอ
การดื่มน้ำช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว และกระตุ้นระบบไหลเวียนของร่างกาย ซึ่งมีผลต่อทำให้ลดการบวมน้ำและการสะสมของไขมัน
3.ออกกำลังกายบริเวณคอและช่วงกราม
การออกกำลังกายช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับร่างกายหลายส่วน ทั้ง กล้ามเนื้อ เอ็น ข้อต่อ ช่วยทำให้ระบบหัวใจและหลอดเลือดทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และทำให้สัดส่วนรูปร่างกระชับขึ้น ร่วมถึงในบริเวณเหนียงที่ดูเหมือนจะออกกำลังกายในตำแหน่งนั้นได้ยาก แต่ก็มีท่าบริหารกล้ามเนื้อเฉพาะส่วนที่จะช่วยลดไขมันสะสมใต้คางได้ เป็นวิธีการลดเหนียง เหมาะกับคนที่มี เหนียงใต้คาง เหนียงที่เกิดจากน้ำหนักตัวมาก
- ท่าก้ม-เงย เงยหน้ามองด้านบน แล้วยื่นคางจนรู้สึกว่ามีความตึงบริเวณใต้คาง แล้วค้างไว้แบบนั้นนับ 1-10 จากนั้นก็ค่อยๆ ก้มศีรษะลง โดยทำสม่ำเสมอวันละ 10 ครั้ง
- ท่ากดลูกบอล วางลูกบอลออกกำลังกายขนาด 9-10 นิ้ว ไว้ใต้คางแล้วก้มศีรษะกดลูกบอล ทำซ้ำ 20-30 ครั้ง
- ท่าจูบอากาศ เงยหน้าขึ้นด้านบน แล้วยื่นปากทำท่าจูบอากาศ จนรู้สึกตึงบริเวณใต้คางและลำคอ ทำท่านี้ค้างไว้ 10-20 วินาที แล้วทำซ้ำประมาณ 10 ครั้ง
- ท่าบริหารข้างลำคอ เงยหน้าขึ้นและเอียงศีรษะไปทางขวา ยื่นคางล่างจนรู้สึกตึง ทำค้างไว้ 10 วินาที สลับไปไปทำข้างซ้าย ทำซ้ำข้างละ 10 ครั้ง
- ท่าแลบลิ้น อ้าปากกว้างๆ แล้วแลบลิ้นออกมา ค้างไว้ นับ 1-10 ทำซ้ำ 10 ครั้ง
4.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ
การนอนหลับไม่เพียงพอส่งผลต่อฮอร์โมนและการเผาผลาญ ทำให้ร่างกายสะสมไขมันมากขึ้น รวมถึงบริเวณใบหน้าด้วย
วิธีเหล่านี้ควรทำซ้ำๆ และสม่ำเสมอ แต่ก็อาจต้องใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเห็นผลที่ชัดเจน
วิธีลดเหนียงโดยนวัตกรรมทางการแพทย์
สำหรับผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ที่รวดเร็ว เห็นผลลัพธ์ชัดเจนมีประสิทธิภาพ และคงลัพธ์อยู่ได้อย่างยาวนาน แนะนำให้เขารับคำปรึกษาโดยแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังหรือความงาม เพื่อที่จะได้รับการประเมินปัญหาผิวได้อย่างแม่นยำและสามารถเลือกวิธีการรักษาให้อย่างเหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล ไม่ก่อให้เกิดอันตราย มีการใช้เครื่องมือแพทย์ในการรักษาที่มีมาตรฐานอย่างถูกต้อง ดังนี้
1.โปรแกรม Morpheus Pro
โปรแกรม Morpheus Pro (มอเฟียส โปร) คือ เครื่องยกกระชับผิวที่ใช้พลังงานคลื่นความถี่วิทยุ ( Radio Frequency RF) ส่งพลังงานผ่านหัวเข็มเล็กๆ (Micro Needle) ลงสู่ชั้นผิวสามารถปรับระดับความลึกได้ถึง 8 มิลลิเมตร เข้าไปกระตุ้นคอลลาเจนใต้ชั้นผิวและชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ส่งผลทำให้เกิดการหดตัวและส่งความร้อนเข้าไปละลายไขมันใต้ชั้นผิว ช่วยสลาย “เหนียง” ได้โดยไม่ต้องผ่าตัด นอกจากนี้โปรแกรม Morpheus Pro (มอเฟียส โปร) ยังให้ผลลัพธ์มากกว่าหนึ่ง สามารถช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย รักษาหลุมสิว รอยสิว จุดด่างดำได้อีกด้วย
โปรแกรม Morpheus Pro ที่ Aestima Clinic แตกต่างจากที่อื่นอย่างไร?
เทคนิคต่างกัน ผลลัพธ์ก็ต่างกัน!
เทคนิค Absolute Tight จาก Aestima Clinic ใช้การประเมิน ออกแบบ และวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามปัญหาผิวของแต่ละคน โดยก่อนทำจะมีการแปะยาชา 1-2 ชั่วโมงเพื่อให้ยาชาออกฤทธิ์เต็มที่ จากนั้นแพทย์จะมีการปรับแนวการยิงและปล่อยพลังงานให้เหมาะสมกับสภาพผิวหรือปัญหาผิวที่คนไข้กังวล โดยจะทำหัตถการอย่างละเอียด และใส่ใจทุกขั้นตอน ขณะทำจะมีการ cooling เพื่อให้คนไข้สบายผิวมากขึ้น หลังทำเสร็จจะมีการปลอบประโลมฟื้นฟูผิวด้วยโปรแกรม Smart Light เป็นอีก 1 ในขั้นตอนสำคัญที่ Aestima Clinic ดูแลให้เป็นพิเศษเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ตอบโจทย์และมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดสำหรับคนไข้
2.โปรแกรม Ultherapy Prime
เป็นเทคโนโลยียกกระชับผิวด้วยคลื่นพลังงานอัลตราซาวด์( Micro-Focused Ultrasound) สามารถส่งพลังงานลงลึกสู่ผิวในระดับชั้น SMAS เป็นชั้นเดียวกับการผ่าตัดดึงหน้า โดยจะมีจอสแกนชั้นผิวแบบ Real-time Visualization ช่วยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาสามารถเห็นโครงสร้างชั้นผิวได้อย่างละเอียดในขณะทำการรักษา และส่งพลังงานสู่ชั้นผิวที่ต้องการทำการรักษาได้อย่างตรงจุด ทำการรักษาได้เร็วขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 20% ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นลึก ลดความหย่อนคล้อย ลดริ้วรอยรอบดวงตา หางตา หน้าผาก และปรับรูปหน้าให้เรียวชัดขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีเหนียงจากความหย่อนคล้อยมากกว่าการสะสมไขมัน เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและยกกระชับได้อย่างยาวนาน
3.โปรแกรม Thermage FLX
เป็นเทคโนโยลียกกระชับที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ (Monopolar RF) โดยจะส่งพลังงานความร้อนลงลึกได้ถึง 3 ชั้นผิว ชั้นหนังกำพร้า ชั้นหนังแท้ และชั้นไขมัน พลังงานความร้อนจะเข้าไปละลายไขมันสะสมส่วนเกิน ส่งผลทำให้ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว (Dermis)ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ผิวแน่นกระชับขึ้น และช่วยลดไขมันใต้ผิวหนังบริเวณแก้มและเหนียง ทำให้ดูเล็กและปรับรูปหน้าทำให้กรอบหน้าชัด หน้าดูเรียวขึ้น
หลังทำจะรู้สึกได้ถึงการเปลี่ยนแปลง เห็นผลลัพธ์เต็มที่ 1-3 เดือน และให้ผลลัพธ์นาน 1-2 ปี
4.โปรแกรมฉีดลดไขมัน (Fat Dissolving Injection)
เป็นวิธีการลดไขมันส่วนเกิน หรือ “เหนียง” โดยไม่ต้องผ่าตัด ซึ่งจะเป็นการฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นไขมัน ทำให้ไขมันเกิดการแตกตัวออกมาและถูกขับออกตามกระบวนการธรรมชาติของร่างกาย สามารถใช้ลดไขมันได้ตามบริเวณต่างๆ เช่น หน้าท้อง, ต้นแขน, ต้นขา, เหนียง, แก้ม โดยจะใช้เวลาในการทำไม่นานเพียง ไม่ต้องพักฟื้นเหมือนการผ่าตัดดูดไขมัน เริ่มเห็นผลลัพธ์ภายใน 1-2 สัปดาห์หลังทำการรักษา คงผลลัพธ์ได้นาน 2-3 เดือน
5.โปรแกรม Lipo Fat หรือดูดไขมันเหนียง
เป็นวิธีการดูดไขมันเฉพาะจุดใต้คาง เหมาะกับผู้ที่มีไขมันสะสมจำนวนมาก และต้องการผลลัพธ์ที่ชัดเจนรวดเร็ว แต่ต้องดำเนินการโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในสถานพยาบาลที่ได้มาตรฐาน หลังทำอาจจะมีรอยแผลเป็นและมีการพักฟื้น ในช่วง 1-3 เดือนแรกหลังทำ อาจพบผิวเป็นคลื่นไม่เรียบหรือเป็นก้อนไตแข็งๆ ได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติและจะค่อยๆ ดีขึ้น
6.โปรแกรม การร้อยไหมกระชับเหนียง
เป็นนวัตกรรมช่วยยกกระชับผิวหย่อนคล้อยใต้คาง แก้ปัญหาเหนียงย้อย และกระตุ้นคอลลาเจนให้ผิวดูเต่งตึงมากขึ้น ก่อนทำแนะนำควรเข้าปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง โดยแพทย์จะประเมินสภาพผิวและปัญหาเหนียงก่อน เพื่อเลือกประเภทของไหมที่เหมาะสมและจำนวนไหมที่ต้องใช้ โดยจะใช้เข็มนำไหมเข้าไปใต้ชั้นผิวหนัง ในบริเวณเหนียงและใต้คางตามตำแหน่งที่เหมาะสมหรือบริเวณที่มีปัญหาผิว ช่วยยกกระชับผิวหนัง ลดเหนียง และปรับรูปหน้าให้กรอบหน้าดูชัดขึ้น จะเริ่มเห็นผลลัพธ์ภายใน 6-8 สัปดาห์ ผิวหนังจะตึงกระชับและเหนียงจะดูเล็กลง ช่วยกระชับผิวได้ประมาณ 6-8 เดือน
FAQs
Q: ทำยังไงให้เหนียงหาย?
A: เหนียงสามารถหายได้หากใช้วิธีที่เหมาะสม เช่น การออกกำลังกายควบคู่กับการดูแลอาหาร และในกรณีที่เหนียงเกิดจากผิวหย่อนคล้อยหรือไขมันสะสมมาก อาจต้องอาศัยเทคโนโลยีทางการแพทย์ เช่น โปรแกรมเครื่องกระชับ โปรแกรมการฉีดลดไขมัน โปรแกรมร้อยไหม หรือโปรแกรมดูดไขมัน ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับปัญหาผิวว่าเหมาะสมกับหัตถการตัวไหน ตามการแนะนำของแพทย์ผู้ดูแล
Q: ทำไมผอมแล้วยังมีเหนียง?
A: “เหนียง” ไม่ได้เกิดจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างใบหน้า พันธุกรรม และการหย่อนคล้อยของผิวหนัง คนที่ผอมแต่มีคางสั้น หรือผิวขาดความกระชับก็อาจมีเหนียงได้
Q: ออกกำลังกายเหนียงจะหายไหม?
A: การออกกำลังกายสามารถช่วยให้ไขมันลดลงทั่วร่างกาย แต่สำหรับเหนียงจะมีท่าเฉพาะและอาจจะต้องใช้เวลานาน หรืออาจไม่เห็นผลเท่าที่ควร หากมีความหย่อนคล้อยร่วมด้วย การใช้เทคโนโลยียกกระชับควบคู่กันจะเห็นผลชัดเจนมากกว่า และได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่า
Q: อะไรคือสาเหตุของเหนียงเยอะ?
A: เหนียงอาจเกิดจากการสะสมไขมัน ปริมาณคอลลาเจนที่ลดลงตามวัย พันธุกรรม หรือพฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณใต้คางอ่อนแรง หากมีหลายปัจจัยร่วมกันจะยิ่งเห็นเหนียงชัดเจนมากขึ้น
สรุป
ปัญหาเหนียง คางสองชั้น อาจดูเป็นปัญหาเล็ก แต่ส่งผลต่อความรู้สึกความสูญเสียในความมั่นใจของใครหลายๆ คน การได้เข้าใจสาเหตุและเลือกวิธีลดเหนียงอย่างถูกวิธี ไม่ว่าจะด้วยตัวเองหรือปรึกษาแพทย์ผู้เปี่ยมประสบบการณ์ ใช้เครื่องมือแพทย์ที่สะอาด มีมาตรฐานอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณได้ผลลัพธ์ที่เห็นผลจริง แก้ไขปัญหาผิวได้อย่างแม่นยำ ไม่ก่อให้เกินอันตราย ทั้งนี้ก่อนจะเลือกทำหัตถการใดนั้น แนะนำให้เข้าปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อให้แพทย์ได้ทำการประเมินผิว และวางแผนเลือกวิธีการรักษาได้อย่างเหมาะสมกับปัญหาผิวตามที่กังวล เพื่อที่จะได้รับผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลลัพธ์ชัดเจน และคงผลลัพธ์ได้ยาวนาน


